ExploreTrendingAnalytics
Nostr Archives
ExploreTrendingAnalytics
Journaling Our Journey21d ago
หลายคนไม่ชอบเวลาที่ตัวเองมีความรู้สึกวิตกกังวล . อันที่จริง หลายคนมองว่า มันจะดีมากๆเลยครับ หากพวกเขาสามารถ “ออกคำสั่ง” ให้ความวิตกกังวลของตัวเองเงียบหายไปได้ . อย่างไรก็ตาม ความวิตกกังวลไม่ใช่ “ผู้ร้าย” (แม้มันอาจสร้างความไม่สบายใจให้กับเราอยู่บ้างก็ตาม) . ความวิตกกังวลคือ “สัญญาณเตือน” . “สัญญาณเตือน” ให้เรารู้ว่าอะไรคือสิ่งที่สำคัญสำหรับเรา (เช่น สุขภาพของเรา งานของเรา ความสัมพันธ์ของเรา) . มันช่วยให้เรา take action ในการเตรียมตัว วางแผน และปกป้อง สิ่งที่สำคัญนั้นได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น (เมื่อเทียบกับกรณีที่เราไม่มี “สัญญาณเตือน” นี้) . ยกตัวอย่างเช่น . ความวิตกกังวลที่เกิดขึ้นก่อนที่เราจะ สอบวัดระดับภาษาอังกฤษ คือ “สัญญาณเตือน” ที่กระตุ้นให้เรา take action ในการฝึกฝนทักษะภาษาอังกฤษของตัวเองอย่างเป็นระบบ . เป็นต้น . หากเราได้ take action อย่างเหมาะสมแล้ว เรามักจะพบว่า “สัญญาณเตือน” ในใจเราจะเงียบลงตามไปด้วย . มันอาจจะไม่ได้เงียบสนิททันทีนะครับ แต่มันมักจะค่อยๆเสียงเบาลงทีละนิดๆ . ในทางกลับกัน หากเราไม่ได้มีการ take action ที่เหมาะสม หากเราเพียงแค่รู้สึกวิตกกังวล และคิดวนในจุดนั้นไปเรื่อยๆ (เช่น คิดกังวลซ้ำๆอยู่ในใจว่า “ฉันต้องสอบไม่ผ่านแน่ๆเลย”) “สัญญาณเตือน” ในใจเราก็มีแนวโน้มที่จะดังต่อไปเรื่อยๆเช่นกัน . มันจะกลายเป็นความทรมานใจที่ต่อเนื่องไม่สิ้นสุด . สิ่งที่ผมได้หยิบมาเล่าให้ฟังในวันนี้ มันอาจไม่ใช่แนวทางในการรับมือ กับความวิตกกังวลที่จะ “ได้ผล” กับทุกๆคนในทุกๆกรณีก็จริง . แต่มันเป็นแนวทางที่เรียบง่ายและ “ได้ผล” กับหลายๆคนในหลายๆกรณีอยู่เหมือนกัน . ผมหวังว่าบทความในวันนี้จะเป็นอีกหนึ่ง “ทางเลือก” ที่เป็นประโยชน์สำหรับคนที่กำลังหาทาง รับมือกับความวิตกกังวลของตัวเองอยู่นะครับ อ้างอิง https://doi.org/10.31887/DCNS.2002.4.3/tsteimer https://doi.org/10.1038/s41598-022-23885-4 https://doi.org/10.1093/emph/eoab037 #จิตวิทยา #siamstr
💬 0 replies

Replies (0)

No replies yet.