หลายคนไม่ชอบเวลาที่ตัวเองมีความรู้สึกวิตกกังวล
.
อันที่จริง หลายคนมองว่า มันจะดีมากๆเลยครับ
หากพวกเขาสามารถ “ออกคำสั่ง”
ให้ความวิตกกังวลของตัวเองเงียบหายไปได้
.
อย่างไรก็ตาม ความวิตกกังวลไม่ใช่ “ผู้ร้าย”
(แม้มันอาจสร้างความไม่สบายใจให้กับเราอยู่บ้างก็ตาม)
.
ความวิตกกังวลคือ “สัญญาณเตือน”
.
“สัญญาณเตือน” ให้เรารู้ว่าอะไรคือสิ่งที่สำคัญสำหรับเรา
(เช่น สุขภาพของเรา งานของเรา ความสัมพันธ์ของเรา)
.
มันช่วยให้เรา take action
ในการเตรียมตัว วางแผน และปกป้อง
สิ่งที่สำคัญนั้นได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
(เมื่อเทียบกับกรณีที่เราไม่มี “สัญญาณเตือน” นี้)
.
ยกตัวอย่างเช่น
.
ความวิตกกังวลที่เกิดขึ้นก่อนที่เราจะ
สอบวัดระดับภาษาอังกฤษ
คือ “สัญญาณเตือน” ที่กระตุ้นให้เรา take action
ในการฝึกฝนทักษะภาษาอังกฤษของตัวเองอย่างเป็นระบบ
.
เป็นต้น
.
หากเราได้ take action อย่างเหมาะสมแล้ว
เรามักจะพบว่า “สัญญาณเตือน” ในใจเราจะเงียบลงตามไปด้วย
.
มันอาจจะไม่ได้เงียบสนิททันทีนะครับ
แต่มันมักจะค่อยๆเสียงเบาลงทีละนิดๆ
.
ในทางกลับกัน
หากเราไม่ได้มีการ take action ที่เหมาะสม
หากเราเพียงแค่รู้สึกวิตกกังวล และคิดวนในจุดนั้นไปเรื่อยๆ
(เช่น คิดกังวลซ้ำๆอยู่ในใจว่า “ฉันต้องสอบไม่ผ่านแน่ๆเลย”)
“สัญญาณเตือน” ในใจเราก็มีแนวโน้มที่จะดังต่อไปเรื่อยๆเช่นกัน
.
มันจะกลายเป็นความทรมานใจที่ต่อเนื่องไม่สิ้นสุด
.
สิ่งที่ผมได้หยิบมาเล่าให้ฟังในวันนี้
มันอาจไม่ใช่แนวทางในการรับมือ
กับความวิตกกังวลที่จะ “ได้ผล”
กับทุกๆคนในทุกๆกรณีก็จริง
.
แต่มันเป็นแนวทางที่เรียบง่ายและ “ได้ผล”
กับหลายๆคนในหลายๆกรณีอยู่เหมือนกัน
.
ผมหวังว่าบทความในวันนี้จะเป็นอีกหนึ่ง “ทางเลือก”
ที่เป็นประโยชน์สำหรับคนที่กำลังหาทาง
รับมือกับความวิตกกังวลของตัวเองอยู่นะครับ
อ้างอิง
https://doi.org/10.31887/DCNS.2002.4.3/tsteimer
https://doi.org/10.1038/s41598-022-23885-4
https://doi.org/10.1093/emph/eoab037
#จิตวิทยา #siamstr