เวลาที่เรารู้สึกอับอาย หรือรู้สึกว่าตัวเองดีไม่พอ
หลายคนจะรับมือกับความรู้สึกดังกล่าว
ด้วยการ “เหยียบย่ำ” คนอื่นในรูปแบบต่างๆ
.
ยกตัวอย่างเช่น
ใช้คำพูดล้อเลียนสิ่งที่เป็น “จุดด้อย” ของคนอื่น
เป็นต้น
.
การ “เหยียบย่ำ” คนอื่นอาจไม่ได้
ช่วยให้ตัวเราเองดีขึ้นก็จริง
.
แต่หลายคนก็หวังว่า
มันจะช่วยให้พวกเขา
รู้สึกดีกับตัวเองมากขึ้นบ้าง
.
(“อย่างน้อย ฉันก็จะไม่มีคนรอบตัวที่โดดเด่น
มาตอกย้ำให้ฉันรู้สึกว่าตัวเองดีไม่พอบ่อยๆ”)
.
คำถามสำคัญก็คือ…
.
การ “เหยียบย่ำ” คนอื่นมันช่วย
ให้เรารู้สึกโอเคขึ้นจริงๆหรือ?
.
หลายคนพบว่า “ไม่” ครับ
.
เพราะเวลาที่เรา “เหยียบย่ำ” คนอื่น
มันสามารถสร้างความรู้สึกผิดขึ้นมาในใจ
และ “หักล้าง” ความรู้สึกดีๆ
ที่เกิดจากการ “เหยียบย่ำ” คนอื่นลงได้
.
เพราะไม่ว่าเราจะ “ดึงคนอื่นลงต่ำ”
ผ่านการ “เหยียบย่ำ” ขนาดไหน
ตัวเราก็ยังคงอยู่ที่เดิม (ไม่ได้ “ขยับขึ้น”)
ส่งผลให้ความรู้สึกอับอายและดีไม่พอ
ไม่ได้จางหายไปได้เท่าไหร่นัก
.
เพราะตอนที่เรา “เหยียบย่ำ” คนอื่นอยู่นั้น
เรากำลังเพิกเฉยต่อความรู้สึกของเราเอง
(ความรู้สึกอับอาย ดีไม่พอ)
.
หนทางที่ดีกว่าที่จะช่วยให้เรารับมือกับ
ความรู้สึกอับอายหรือความรู้สึกดีไม่พอ
คือการรับฟังเสียงของความรู้สึกดังกล่าว
(โดยไม่ตัดสินตัวเอง)
.
มันจะช่วยให้เรารับรู้ได้ชัดเจนมากขึ้น
ว่าเราต้องการอะไร ส่งผลให้เราสามารถ
คิดต่อยอดได้ว่า มีอะไรที่เราสามารถทำได้
ในตอนนี้ที่จะช่วยเติมเต็มความต้องการดังกล่าวหรือไม่?
.
หรือในกรณีที่เรายังไม่สามารถ
เติมเต็มความต้องการนั้นได้ 100%
มีหนทางไหนอีกไหมที่จะช่วยให้เรา
เติมเต็มความต้องการนั้นได้ 90% ก็ยังดี?
.
หรือถ้า 90% มันไม่ไหว แล้ว 80% ล่ะ?
.
หรือ 50% ล่ะ? 20% ล่ะ? 5% ล่ะ?
.
หนทางนี้จะไม่ช่วยให้เรารู้สึกผิดต่อคนอื่น
หนทางนี้จะตอบโจทย์ความต้องการของเราได้ตรงจุด
.
มันอาจการันตีไม่ได้ว่าจะทำให้ความรู้สึก
อับอายหรือดีไม่พอหายไปได้โดยสมบูรณ์นะครับ
.
แต่มันเป็นหนทางที่ดีกว่าการ “เหยียบย่ำ” คนอื่นอย่างเห็นได้ชัดเลยครับ
อ้างอิง
https://doi.org/10.3390/bs13080633
https://doi.org/10.5964/ejop.2115
https://doi.org/10.1111/j.1467-6494.2008.00537.x
#จิตวิทยา #siamstr