สามีภรรยาจำนวนไม่น้อย
โกหกกันและกันในเรื่องของ
การใช้เงินซื้อ “ของเล่นส่วนตัว”
.
ยกตัวอย่างเช่น
.
สามีบอกภรรยาว่าตัวเอง
ซื้อเกมในช่วง “ลดราคา”
(แต่จริงๆแล้วซื้อมาในช่วง “เต็มราคา”)
.
ภรรยาบอกสามีว่าใช้งบไม่เกินเดือนละ
5,000 บาทสำหรับซื้อเครื่องสำอาง
(แต่จริงๆแล้ว ใช้เงินเกินงบทุกเดือน)
.
เป็นต้น
.
และในหลายๆกรณี
สามีภรรยาก็รู้ด้วยนะครับว่า
อีกฝ่ายกำลังโกหกในเรื่องการใช้เงินอยู่
.
แต่พวกเขาก็เลือกที่จะไม่พูดอะไร
หนำซ้ำ พวกเขายังเลือกที่จะ
ทำเป็น “ไม่รู้ไม่เห็น” อีกด้วย!
.
ทำไมพวกเขาถึงเลือกที่จะทำเช่นนั้น?
.
เพราะพวกเขามองว่า
ต่อให้พวกเขาจะหยิบเรื่องนี้มาคุย
อีกฝ่ายก็คงจะไม่เปลี่ยนพฤติกรรมการใช้จ่ายอยู่ดี
.
พวกเขามองว่า การหยิบเรื่องนี้มาคุย
มีแต่จะทำให้เกิดความขัดแย้ง
โดยไม่เกิดประโยชน์อะไรเพิ่มเติม
.
พวกเขาจึงทำทีราวกับว่าตัวเอง “ไม่รู้เรื่อง”
ในขณะที่สามีหรือภรรยาของพวกเขา
ก็ยังคงปกปิดพฤติกรรมการใช้จ่าย “ที่แท้จริง” ของตัวเองต่อไป
.
…ส่งผลให้เรื่องนี้ถูก “ซุกไว้ใต้พรม” ในความสัมพันธ์
.
มันอาจจะยังไม่เป็นปัญหาเท่าไหร่นะครับ
ถ้าสิ่งที่ถูก “ซุกไว้ใต้พรม” มีไม่เยอะ
.
แต่ถ้าสิ่งที่ถูก “ซุกไว้ใต้พรม” สะสมเป็นจำนวนมากขึ้นมาล่ะ?
.
ในท้ายที่สุด นี่อาจกลายเป็นแรงกดดัน
ที่ทำให้ความสัมพันธ์ยากที่จะไปต่อ…ก็เป็นได้
.
ทำเป็น “ไม่รู้ไม่เห็น” จนกลายเป็น “ระเบิดเวลา”
กับแบกรับความเสี่ยงที่จะขัดแย้งด้วยการหยิบเรื่องนี้มาพูดคุย
.
นี่คือทางเลือกที่คู่รักกลุ่มนี้กำลังเผชิญอยู่
.
แล้วคู่รัก “ควรจะ” เลือกทางเลือกไหนดี?
.
ผมมองว่าเรื่องนี้…ไม่มีผิดไม่มีถูกที่ตายตัวครับ
.
ผมมองว่าเรื่องนี้…เป็นเรื่องที่แต่ละคน
จะต้อง “ชั่งน้ำหนัก” เอาครับว่า
ระหว่างความเสี่ยงที่จะเกิดความขัดแย้งในวันนี้
กับความเสี่ยงที่จะเกิด “ระเบิดเวลา” ในวันหน้า
.
…ความเสี่ยงไหนที่ “คุ้มค่า” ที่จะแบกรับมากกว่ากัน
.
เราอาจไม่มีสิทธิที่จะไม่แบกรับความเสี่ยงใดใดได้ก็จริง
แต่เรามีสิทธิที่จะเลือกได้ว่า
เราต้องการแบกรับความเสี่ยงแบบไหนครับ
อ้างอิง
https://doi.org/10.1093/jcr/ucz052
https://doi.org/10.1007/s10834-024-09988-2
https://doi.org/10.1016/j.ijresmar.2025.07.003
#จิตวิทยา #siamstr