👁️ ตื่นรู้จากสถาปัตยกรรมลวงโลก ‼️
แผนปล้นจิตวิญญาณและรหัสต้นกำเนิดที่ "กลุ่มผู้ควบคุมเบื้องหลัง" ปิดบังคุณ 👁️
แปลจากคลิปของ ไซราส ออเวน บางช่วงบางตอน จาก 39 คลิป
แอดขอเรียบเรียงข้อความให้อ่านเข้าใจง่ายขึ้นนะคะ
หากคุณรู้สึกว่าโลกยุคนี้มีความเป็นพลาสติก สังเคราะห์ และผิดธรรมชาติ นั่นเป็นเพราะคุณกำลังสัมผัสได้ถึง "กรงขังความถี่" ที่ถูกสร้างมาครอบทับความเป็นจริง ความเป็นมนุษย์ของเรากำลังถูกแทรกแซงอย่างเป็นระบบ และนี่คือการเปิดโปงกลไกทั้งหมดที่
"กลุ่มผู้ควบคุมเบื้องหลัง" ไม่อยากให้คุณรู้
☀️ 1. ดวงอาทิตย์คือ "รหัสต้นกำเนิด" (The Source Code) ไม่ใช่ศัตรู ‼️
ทุกอารยธรรมโบราณรู้ว่าดวงอาทิตย์คือเครื่องส่งผ่านพลังงานศักดิ์สิทธิ์และผู้พิทักษ์ประตูระหว่างมิติ แต่กลุ่มผู้ควบคุมเบื้องหลังได้เปลี่ยนธรรมชาติให้กลายเป็นสิ่งอันตราย
พวกเขาสร้างคอกทำงาน ติดแอร์ หลอดไฟฟลูออเรสเซนต์ อาหารสังเคราะห์ และยัดเยียดความกลัวให้เราหลบซ่อนจากแสงแดด ให้ทาสารเคมี ครีมกันแดด
ความจริงของการแพ้แดด… อาการแสบแดงเมื่อโดนแดด ไม่ใช่แค่ผิวไหม้หรือเซลล์ถูกทำลายอย่างที่ระบบหลอกให้เราเชื่อ
แต่มันคือ "การชำระล้างระดับเซลล์และการเผาผลาญปรสิตพลังงาน" แสงอาทิตย์ที่บริสุทธิ์กำลังแผดเผาสารเคมี สิ่งแปลกปลอม และคลื่นความถี่สังเคราะห์ที่ไม่ได้อยู่ในพิมพ์เขียวดั้งเดิมของมนุษย์ ผิวหนังและ DNA ของเราถูกออกแบบมาเพื่อแปรสภาพรับพลังงาน ไม่ใช่เพื่อมอดไหม้ ความทุรนทุรายของปรสิตพลังงานที่กำลังดิ้นรนหนีตายเมื่อสัมผัสแสงอาทิตย์ต่างหากที่ทำให้คุณรู้สึกแสบร้อน เพราะพวกมัน(ปรสิตพลังงาน)ไม่สามารถทนต่อความบริสุทธิ์ของรหัสต้นกำเนิดได้
การกักขังด้วยหมอกโลหะ(เคมเทรล) …นั่นคือเหตุผลที่พวกเขาสร้าง เคมเทรล (Chemtrails) ฉีดพ่นละอองลอยบนท้องฟ้าเพื่อสร้างโดมโลหะบิดเบือนรหัสสุริยะก่อนที่มันจะมาถึงเรา รังสี UV ทุกเส้นที่ถูกบล็อก คือเส้นประสานชีวิตทางจิตวิญญาณที่ถูกตัดขาด เพราะมนุษย์ที่ชาร์จพลังงานจากดวงอาทิตย์โดยตรง จะไม่สามารถถูกสะกดจิตหรือถูกทำลายได้อีกต่อไป
🤖 2. "วิวัฒนาการลวงโลก" (Transhumanism) และการสกัดกั้นการก้าวข้ามมิติ
ตอนนี้ระบบสุริยะทั้งหมดกำลังเข้าสู่วัฏจักรของการยกระดับความถี่ ดวงอาทิตย์ที่ร้อนขึ้นไม่ใช่เรื่องของ
"ภาวะโลกร้อน" (Global Warming) อย่างที่วาระซ่อนเร้นพยายามล้างสมองเรา แต่มันคือการยกระดับพลังงานของจักรวาล
หากคุณใช้ชีวิตสอดคล้องกับธรรมชาติ การเปลี่ยนแปลงนี้จะนำคุณไปสู่การก้าวข้ามขีดจำกัดทางจิตวิญญาณ (Transcendence)
แต่กลุ่มรัฐพันลึก (Deep State) ไม่ต้องการให้เราหลุดพ้น พวกเขาจึงผลักดัน Transhumanism (ลัทธิข้ามพ้นความเป็นมนุษย์) หลอกล่อให้เราฝังชิป ผสานร่างกับ AI และสารสังเคราะห์ เพราะพวกเขาตั้งใจสร้าง "กรงขังดิจิทัล" หากร่างกายคุณเต็มไปด้วยส่วนประกอบสังเคราะห์ เมื่อความถี่ของดวงอาทิตย์สูงขึ้น พลังงานนั้นจะทำลายคุณ
ท้ายที่สุดคุณจะกลายเป็นเพียง "โหนด" ที่ถูกควบคุมได้เบ็ดเสร็จ
📡 3. เวทมนตร์ทางเทคโนโลยี (Technological Sorcery) และการยึดครองโลกแห่งอีเทอร์
เทคโนโลยีขั้นสูงระดับโลก ไม่ว่าจะเป็นเครื่องดัดแปลงสภาพอากาศ HAARP,
เครื่องชนอนุภาค CERN
หรือเทคโนโลยีพลังงานระดับสูงอื่นๆ
ไม่ใช่แค่การเปิดสวิตช์เครื่องใช้ไฟฟ้า
แต่มันคือ "อุปกรณ์ทางเวทมนตร์" ที่ทำงานสอดประสานกับโลกแห่งวิญญาณ
(แบบหนังเรื่อง Stranger Things)
การขับไล่ทูตสวรรค์…ในธรรมชาติ ทุกต้นไม้ ทุกใบหญ้า มีพลังงานบริสุทธิ์และทูตสวรรค์ (Elementals) คอยยึดเหนี่ยวโลกนี้ไว้ด้วยความรัก แต่เมื่อมนุษย์สร้างและใช้เทคโนโลยีที่ปล่อยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าบิดเบี้ยวและรังสีสังเคราะห์ออกไป มันได้เข้าไปบีบรัด (Smother) ร่างกายแห่งอีเทอร์ของโลก ขับไล่ทูตสวรรค์ออกไปจากตำแหน่งของมัน
การสร้างทรงกลมที่แปด (The Eighth Sphere)…
เมื่อพลังงานบริสุทธิ์ถูกขับไล่ พื้นที่นั้นจะถูกแทนที่ด้วยพลังงานมืดและปีศาจ นี่คือ การเปิดประตูสู่มิติมืดระดับล่าง (หรือ การสร้างโดมความถี่กักขังวิญญาณ) เพื่อดึงสิ่งมีชีวิตจากมิติที่ต่ำกว่าเข้ามาแทรกแซงระนาบของเราอย่างเป็นระบบ
เป้าหมายสูงสุดของพวกเขาในระดับอารยธรรม (Kardashev scale) คือความคลั่งไคล้ในวัตถุนิยมถึงขั้นพยายามสร้าง ทรงกลมไดสัน (Dyson Sphere) ครอบดวงอาทิตย์ เพื่อกักขังและควบคุมพลังงานศักดิ์สิทธิ์ทั้งหมด ซึ่งนั่นคือความมืดมิดขั้นสุด
🗝️ ทวงคืนจิตวิญญาณของคุณ
กลุ่มผู้สร้างระบบเมททริกซ์..พยายามล้างสมองเราว่าจักรวาลนี้เป็นเพียงภาพโฮโลแกรม เป็นเพียงการจำลอง เพื่อให้เราลืมที่ทางของเราในจักรวาล ลืมว่าเราได้รับการปกป้องจากธรรมชาติ และทำให้เราไม่มีภูมิคุ้มกันต่อเทคโนโลยีของพวกเขา
อย่าปล่อยให้ความกลัวทำให้คุณต้องหลบซ่อนอยู่ในร่มเงาเหมือนทาส
ดวงอาทิตย์ไม่ใช่ศัตรู !
แต่มันคือหลักฐานที่มีชีวิตว่าพระผู้สร้างมีอยู่จริงในรูปแบบของแรงสั่นสะเทือน ..
จงก้าวออกไป รับรหัสต้นกำเนิด 🌞
ให้ความจริงแผดเผาภาพลวงตา
และทวงคืนพิมพ์เขียวดั้งเดิมของคุณกลับมา!
——————-
🌞วิธีการทำ Sungazing
ดวงอาทิตย์คือแหล่งพลังงานชีวิต (Prana หรือ Chi) และดวงตาเป็นช่องทางที่พลังงานนี้จะเข้าสู่ร่างกายผ่าน ต่อมไพเนียล (Pineal Gland) ซึ่งทำหน้าที่ควบคุมวงจรการหลับและตื่น (Circadian Rhythm)
อ่านฉบับเต็มที่>
https://www.scribd.com/document/345889473/Hira-Ratan-Mane…
ข้อความนี้แปลจากลิ้งเอกสารของ Hira Ratan Manek
หิระ ราตัน มาเน็ก: ผู้บุกเบิกการจ้องมองดวงอาทิตย์
การเยียวยาด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Healing) และการจ้องดวงอาทิตย์ (Sun Gazing)
ตามแนวทางของ Hira Ratan Manek (HRM)
บทนำ:
Hira Ratan Manek (HRM) ได้รื้อฟื้นแนวปฏิบัติโบราณที่เคยใช้รักษาโรคทั้งทางกาย จิตใจ และจิตวิญญาณ โดยมีความเชื่อหลักว่าร่างกายมนุษย์สามารถรับพลังงานจากแสงแดดโดยตรงเพื่อกระตุ้น "ต่อมไพเนียล" (Pineal Gland) หรือ "คอมพิวเตอร์สมอง" (Brainutor) เพื่อดึงศักยภาพที่ไร้ขีดจำกัดออกมา
กฎเหล็กเพื่อความปลอดภัย (Safe Hours)
• ต้องปฏิบัติเฉพาะในช่วง 1 ชั่วโมงแรกหลังพระอาทิตย์ขึ้น หรือ 1 ชั่วโมงสุดท้ายก่อนพระอาทิตย์ตก เท่านั้น
• ในช่วงเวลาดังกล่าว รังสี UV และอินฟราเรดจะอยู่ในระดับต่ำที่สุด ซึ่งปลอดภัยต่อดวงตา
ขั้นตอนการปฏิบัติ (The 9-Month Process)
ช่วงที่ 1: เดือนที่ 0 - 3 (เพื่อสุขภาพจิต)
• วันแรก: เริ่มจ้องดวงอาทิตย์ที่ขอบฟ้า (ช่วงเวลาที่ปลอดภัย) เป็นเวลา 10 วินาที
• วันต่อๆ ไป: เพิ่มเวลาวันละ 10 วินาที (เช่น วันที่สอง 20 วินาที, วันที่สาม 30 วินาที)
• เมื่อครบ 3 เดือน คุณจะจ้องดวงอาทิตย์ได้ประมาณ 15 นาที
• ผลลัพธ์: ความเครียด ความวิตกกังวล และความกลัวจะเริ่มหายไป ความมั่นใจในตนเองจะเพิ่มขึ้น และสุขภาพจิตจะเริ่มมั่นคง
ช่วงที่ 2: เดือนที่ 3 - 6 (เพื่อสุขภาพกาย)
• เพิ่มเวลาต่อเนื่องจนถึงประมาณ 30 นาทีในเดือนที่ 6
• ผลลัพธ์: โรคทางกายต่างๆ จะเริ่มทุเลาลง เนื่องจากพลังงานแสงอาทิตย์เข้าไปปรับสมดุลในอวัยวะภายใน ร่างกายจะรู้สึกมีพละกำลังมากขึ้น และความต้องการอาหาร (ความหิว) จะเริ่มลดลง
ช่วงที่ 3: เดือนที่ 6 - 9 (เพื่อพลังงานจิตวิญญาณ)
• เพิ่มเวลาจนถึงสูงสุดที่ 44 นาที (ห้ามเกินกว่านี้)
• เมื่อถึงเดือนที่ 9 ความหิวจะหายไปเกือบหมด เพราะสมองได้รับการ "ชาร์จ" พลังงานจากแสงอาทิตย์โดยตรง (เสมือนการสังเคราะห์แสง)
• ผลลัพธ์: บรรลุความสงบทางจิตวิญญาณ และการเชื่อมต่อกับพลังงานจักรวาล
การดูแลหลังครบ 9 เดือน (Post 9-Month Practice)
• หลังจากถึง 44 นาที ให้หยุดจ้องดวงอาทิตย์
• เพื่อรักษาพลังงานไว้ ให้ทำการ "เดินเท้าเปล่าบนพื้นดิน" (Barefoot Walking) บนดินที่แห้งหรือทราย เป็นเวลา 45 นาทีต่อวัน
• การเดินเท้าเปล่าจะช่วยกระตุ้นจุดสะท้อนบนฝ่าเท้าและรักษาการทำงานของต่อมไพเนียลให้คงอยู่
ข้อแนะนำเพิ่มเติมจาก HRM
1. ห้ามใส่แว่นสายตาหรือคอนแทคเลนส์ ขณะจ้องดวงอาทิตย์
2. ยืนบนพื้นดินด้วยเท้าเปล่า (หากทำได้) เพื่อให้พลังงานไหลเวียนลงสู่ดิน (Earthing)
3. กะพริบตาได้ปกติ ไม่จำเป็นต้องเพ่งจนตาค้าง
4. ความสม่ำเสมอสำคัญที่สุด หากวันไหนไม่มีแดด ให้รอจนกว่าแดดจะมาแล้วค่อยฝึกต่อ (ไม่ต้องเริ่มใหม่)
🌈 ประโยชน์ของการ Sungazing ฝึกฝนอย่างต่อเนื่องจะส่งผลดีดังนี้ค่ะ
1.เพิ่มพลังงานและลดความหิว: เชื่อว่าร่างกายสามารถ "สังเคราะห์แสง" เปลี่ยนพลังงานแสงเป็นพลังงานกายได้ (Inedia)
2.กระตุ้นต่อมไพเนียล: ช่วยให้หลับลึกขึ้น ฝันชัดเจน และมีความตื่นรู้ทางจิตวิญญาณ
3.ปรับสมดุลอารมณ์: ลดอาการซึมเศร้าจากการขาดแสงแดด (SAD - Seasonal Affective Disorder) และเพิ่มการหลั่งเซโรโทนิน
4.เพิ่มการผลิตวิตามิน D: แม้ว่าปกติร่างกายจะสังเคราะห์ผ่านผิวหนัง แต่เชื่อว่าการมองช่วยกระบวนการภายในได้
————-
#เล่าสู่กันฟัง..ตอนแอดมินก้าวเข้าเส้นทางนี้แรกๆ ช่วงโควิด
มีคลิปเด้งหาแอดช่วงนั้น จะเป็นเรื่องพระอาทิตย์ Sungazing และก็ทำทุกวันช่วงเย็น แต่นึกถึงสิ่งที่สื่อกระแสหลักห้ามมองพระอาทิตย์ ตาจะบอด แต่ตอนนั้นไม่เชื่อแล้ว เพราะโควิดมันก็หลอกให้ฉีดวัคซีน
ให้จำแสงพระอาทิตย์ตอนมอง แสงสีแบบไหน รูปทรงแบบไหน และเมื่อเรากลับไปทำสมาธิที่บ้าน
ตอนหลับตาก็นึกถึงภาพแสงพระอาทิตย์ให้ชัดเจน จะทำให้เชื่อมต่อดีขึ้น ความเครียด ความวิตกกังวล และความกลัวจะเริ่มหายไป ความมั่นใจในตนเองจะเพิ่มขึ้น
ส่วนตัวแอดที่เห็นได้ชัดคือความมั่นคงทางความคิด ไม่โลเล ตัดสินใจเด็ดขาดมากขึ้น จากคนขี้กลัวไม่กล้าคิด ไม่กล้าตัดสินใจใดๆเลย… แน่นอนว่าช่วงแรกแอดรู้สึกแสบผิวมาก พอดูคลิปของไซราส เลยถึงเข้าใจ ที่เราแสบผิวกันเพราะอะไร❗️ นั่นละคะ
ส่วนป้าของ admin อายุ 70 กว่าจะเข้า 80 แล้ว
ตั้งแต่เด็กก็เห็นแต่อยู่กลางแดดเพราะรดน้ำทำสวนทำไร่ ถอนหญ้า ตอนที่แอดพิมพ์อยู่นี่ก็ยังอยู่กลางแดดอยู่เลย แล้วป้าไม่เคยป่วยไม่เคยเป็นหวัด เป็นอย่างมากก็กินของหวานแล้วเป็นลม กินยาลมก็หาย
และป้าก็ไม่เคยทาครีมกันแดดใดๆ อาบน้ำฟอกสบู่ทาแป้งเด็ก มีแค่นั้นจริงๆ และไม่เคยเป็นฝ้า
ตอนนี้เราต้องคิดกันใหม่แล้วว่ามีอะไรที่สื่อกระแสหลักพูดความจริงบ้าง แอดเห็นแต่จะมีเรื่องให้เราแตกแยกกันเอง ให้เกลียดกัน อิจฉากัน เรื่องเศร้าๆ ลบๆ สูบกินพลังงานเรา แบ่งแยกภาษา ผิวสี ศาสนา .. เวลามีข่าวอะไรออกมามองให้ออกว่าแก่นของมันต้องการอะไร...
ด้วยรักนะคะ
แอดมิน นก นิษา 🕊️🌿🌞
Ref:
https://www.facebook.com/share/v/18DwTuk9bW/?mibextid=wwXIfr
#siamstr